นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท คาเธ่ย์เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด  (“บริษัท”) มีความตระหนักถึง ความสำคัญ ในความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ใช้บริการ (รวมเรียกว่า “ท่าน”) บริษัทจึงได้จัดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อแจ้งให้ท่านทราบเกี่ยวกับ แนวทางปฏิบัติของบริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านสามารถใช้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านแอปพลิเคชัน CathayPay Wallet (“แอปพลิเคชัน”) รวมถึงบริการอื่นๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่อาจมีขึ้นในอนาคต (รวมเรียกว่า “บริการ”) ได้อย่างมั่นใจ

 

​ข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลทางการเงิน เป็นต้น

ข้อมูลส่วนบุคคลอาจประกอบด้วยข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนและเสี่ยงต่อการถูกใช้ในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม (Sensitive Personal Data) ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จำกัดอยู่เพียง ข้อมูลทางชีวภาพ ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา

ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลใดๆ ของท่านที่ได้ให้ไว้แก่บริษัท และ/หรือที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท และ/หรือที่ บริษัทเก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นหรือบุคคลอื่นใดโดยถูกต้องตามกฎหมาย

ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรวบรวม หรือใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แตกต่างไปจากที่ระบุใน นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงลักษณะที่แตกต่างออกไปขณะหรือก่อนที่มีการเก็บรวบรวม หรือใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

การที่ท่านเข้าใช้บริการ ให้ถือว่าท่านได้อ่านและเข้าใจในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้แล้ว

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
 

  • ข้อมูลตามบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง และ/หรือหลักฐานอื่นที่ออกโดยราชการ เช่น เลขประจำตัวประชาชน ชื่อ นามสกุล คำนำหน้าชื่อ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ

  • ข้อมูลที่จำเป็นในการติดต่อท่าน เช่น ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล

  • ลักษณะเฉพาะของบุคคล เช่น เพศ สถานภาพ ข้อมูลชีวภาพ (Biometrics)

  • ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน สถานที่ทำงาน

  • ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน เช่น บันทึกรายการธุรกรรมที่ทำผ่านบัญชี CathayPay Wallet หรือบริการอื่น ๆ ข้อมูลบัตรเครดิต/บัตรเดบิต  ข้อมูลบัญชีเงินฝาก
     

สำหรับท่านที่เป็นร้านค้า หรือผู้ประกอบการ นอกจากข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะที่ท่านเป็นผู้ใช้บริการ หรือเป็นลูกค้าทั่วไปแล้วนั้น บริษัทจะมีการเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้า และ/หรือบริการของท่านอีกด้วย

 

ทั้งนี้ เพื่อความจำเป็นในการให้บริการ หรือกรณีเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลและ/หรือโอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ เท่าที่ท่านมีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ

เพื่อความจำเป็นในการให้บริการเพิ่มเติมนอกเหนือจากบริการพื้นฐานของบริษัท หรือกรณีเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data) นอกเหนือจากที่ระบุข้างต้น บริษัทจะดำเนินการภายใต้ฐานต่าง ๆ ตาม กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น โดยบริษัทจะแจ้งวัตถุประสงค์ และประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ก่อนหรือขณะที่จะมีการดำเนินการดังกล่าว

ฐานในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และวัตถุประสงค์ในการดำเนินการ

บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ภายใต้ฐานตามกฎหมายและดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. ฐานความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

    • การพิจารณาคำขอลงทะเบียนเข้าใช้แอปพลิเคชัน

    • การอื่นใดที่จำเป็นในการให้บริการที่ดีที่สุดจากบริษัท

    • การให้บริการช่วยเหลือ ติดต่อสอบถามข้อมูล ตอบรับคำร้องขอ รับข้อมูลข่าวสาร หรือเพื่อการติดต่อสอบถามเกี่ยวกับบริการ

    • การพัฒนา ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการเข้ารับบริการ

    • การประมวลผลข้อมูลเพื่อให้บริการ

    • วัตถุประสงค์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ที่ท่านอาจสนใจหรือเป็นประโยชน์แก่ท่าน ผ่านช่องทางการแจ้งเตือน ของบริษัท และช่องทางการติดต่อที่ท่านได้แจ้งไว้ ซึ่งบริษัทมีสิทธิโดยชอบตามกฎหมายอันเนื่องมาจากการให้บริการ

    • การดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการและซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน

  2. ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

    • การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ซึ่งบริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ กฎ หลักปฏิบัติ หรือแนวทางปฏิบัติใดๆ ที่ออกโดยหน่วยงานตามกฎหมายหรือที่มีอำนาจกำกับดูแล เช่น ประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น โดยบริษัทอาจนำส่งข้อมูล ส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ตรวจสอบภายใน/ภายนอก หน่วยงานราชการ หรือบุคคลนิติบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

  3. ฐานความยินยอม รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

    • เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์ หรือคาดการณ์เกี่ยวกับความชื่นชอบหรือพฤติกรรมของท่าน รวมถึงการวิจัย พัฒนา ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และวางแผนการตลาด เพื่อให้บริษัทสามารถนำเสนอสินค้าและบริการ สิทธิประโยชน์ รายการส่งเสริมการขาย และข้อเสนอต่างๆ ของบริษัทให้เหมาะสม

    • วัตถุประสงค์อื่นๆ อันชอบด้วยกฎหมายซึ่งบริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านเป็นคราวๆ ไป เช่น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในการขอใช้บริการของผู้ให้บริการอื่นใดผ่านทางแอปพลิเคชัน

  4. ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัท เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมี ความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

    • การป้องกันอาชญากรรมและการฉ้อโกง

    • การรักษาความปลอดภัยของระบบและเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

  5. ฐานประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยบริษัทได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของท่าน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

    • การพิสูจน์/ยืนยันตัวตนเพื่อป้องกันอาชญากรรมและการฉ้อโกง

    • การต้องสงสัยเกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการก่อการร้าย และ/หรือ การฟอกเงิน

นอกเหนือจากฐานตามกฎหมายและวัตถุประสงค์ข้างต้น บริษัทอาจดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านภายใต้ฐานอื่นๆ ตามกฎหมาย เช่น เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพของท่าน หรือ เพื่อให้ บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะ เป็นต้น โดยหากมีการดำเนินการ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้วัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามฐานดังกล่าว บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบในภายหลัง

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก และการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งอื่น

เพื่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์และภายใต้ฐานตามกฎหมายของบริษัทข้างต้น บริษัทอาจเก็บรวบรวมจาก และ/หรือ ใช้, ส่ง, โอน, ประมวลผล และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

  • นิติบุคคล หรือบริษัทย่อย บริษัทร่วมทุน คู่ค้า พันธมิตร และผู้ให้บริการของบริษัทดังกล่าว รวมถึงผู้ให้บริการอื่นๆ ที่มีอำนาจ ดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ผู้ให้บริการภายนอก ผู้ให้บริการ Cloud หรือคู่ค้าอื่นใดของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการเหล่านั้นจะดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอกของบริษัท หน่วยงานราชการ ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง และบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นใด ที่บริษัทจำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย

  • ผู้รับโอนธุรกิจ/กิจการ ในกรณีที่บริษัทมีการควบรวม โอน ขาย ทรัพย์สิน และ/หรือกิจการทั้งหมด หรือแต่บางส่วน

 

การจัดเก็บและการเก็บรักษาข้อมูลใบหน้าของผู้ใช้บริการ

การรวบรวมข้อมูล

แอปของเราจะทำการรวบรวมข้อมูลใบหน้าของผู้ใช้บริการเมื่อมีการถ่ายภาพเพื่อการระบุและยืนยันตัวตน ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้ในรูปแบบที่เข้ารหัสเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

การใช้งานข้อมูล

ข้อมูลใบหน้าที่รวบรวมจะถูกนำไปใช้เพื่อ:

  • ยืนยันตัวตนของผู้ใช้

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการ

  • พัฒนาเทคโนโลยีการตรวจสอบใบหน้า

การเปิดเผยข้อมูล

ข้อมูลใบหน้าของผู้ใช้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม เว้นแต่:

  • จะมีความจำเป็นตามกฎหมาย

  • ผู้ใช้ได้ให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูล

การแบ่งปันข้อมูล

แอปอาจมีการแบ่งปันข้อมูลใบหน้ากับบริษัทย่อย บริษัทร่วมทุน คู่ค้า พันธมิตร และผู้ให้บริการของบริษัท เพื่อการพัฒนาบริการ แต่จะมีการจัดการอย่างเคร่งครัดเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลได้รับการปกป้อง

การเก็บรักษาข้อมูล

ข้อมูลใบหน้าของผู้ใช้จะถูกเก็บรักษาในระบบฐาน บน server ที่ถูกปกป้องภายใน ไม่สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก และจะถูกลบเมื่อไม่มีความจำเป็นในการใช้งานอีกต่อไป​

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ

บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลภายนอกเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่มิได้แจ้งไว้ในนโยบายฉบับนี้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากท่านเท่านั้น


ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านยังใช้บริการ หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตลอดระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของ บริษัท โดยอาจเก็บรวบรวมไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดไว้ เช่น ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

ทั้งนี้ บริษัทจะลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว

สิทธิของท่านตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิตามกฎหมายในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมของท่านท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลท่านอยู่กับบริษัท 
     

  2.  สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัท หรือขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ใน รูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยทั่วไปโดยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ หรือใช้หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวโดยวิธีอัตโนมัติ (ในกรณีที่บริษัทจัดทำ) หรือขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังผู้ ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นตามที่กฎหมายกำหนด หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนแก่ผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลรายอื่น (เว้นแต่ทางเทคนิคไม่สามารถที่จะทำได้) รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทให้แก่ท่านได้​
     

  3.  สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทที่ไม่ถูกต้อง หรือ เพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลท่านอยู่กับบริษัท
     

  4. สิทธิในการขอให้ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือแปลงข้อมูลส่วนบุคคลให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลที่ไม่สามารถรู้ตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัททำการลบ หรือทำลาย หรือแปลงข้อมูลส่วนบุคคลให้อยู่ในรูปแบบข้อมูลที่ไม่สามารถรู้ตัว บุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัท ด้วยเหตุผลบางประการตามที่กฎหมายกำหนด
     

  5. สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัท ด้วยเหตุผลบางประการตามที่กฎหมายกำหนด
     

  6. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิในการคัดค้านบริษัทในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัท ด้วยเหตุผลบางประการตามที่กฎหมายกำหนด
     

  7. สิทธิในการร้องเรียนในกรณีที่บริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่บริษัท รวมทั้ง ลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

ทั้งนี้ ท่านสามารถติดต่อมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท เพื่อยื่นคำร้องขอให้บริษัทดำเนินการตามสิทธิ ข้างต้นได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 02- 6350695 โดยบริษัทจะดำเนินการตามคำร้องขอของท่านให้แล้วเสร็จไม่เกินกว่า ระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้กำหนดไว้ และบริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ในการดำเนินการตามคำร้องขอนั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีสิทธิปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน ในกรณีที่มี กฎหมายกำหนดไว้ รวมถึงบริษัทอาจเก็บค่าธรรมเนียมในการดำเนินการตามคำขอโดยพิจารณาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและนโยบายภายในบริษัท

 

การรักษาความปลอดภัย

บริษัทรับทราบและให้ความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้สอดคล้องกับกฎหมาย และทันสมัยและปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากล บริษัทจะดำเนินการ อย่างเต็มความสามารถเพื่อปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ และเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีหน้าที่ตามกฎหมาย รักษาและเคารพซึ่งความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ในกรณีที่ทางบริษัทมีความจำเป็นหรือต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทจะใช้มาตรฐานตามที่ กฎหมายในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และบริษัทจะไม่โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังประเทศปลายทางที่ ไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่ท่านยินยอมให้บริษัทส่งหรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังประเทศปลายทางดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการถูก จารกรรมทางคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าด้วยวิธีการเจาะระบบ (hacking) ขโมย สำเนา หรือทำลายฐานข้อมูล ทำลายรหัสลับส่วนตัว หรือวิธีการอื่นใด ซึ่งมิใช่ความผิดของบริษัท บริษัทมีสิทธิที่จะปฏิเสธความรับผิดใดๆ อันเป็นผลมาจากการกระทำดังกล่าว

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้หย่อนความสามารถตามกฎหมาย

ในกรณีที่ท่านเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี หรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็น คนไร้ความสามารถ บริษัทขอให้ผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนท่าน หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ของท่านเป็นผู้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมทั้งดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว อนึ่ง หากบริษัทพบว่า ได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับ ความยินยอมตามกฎหมายจากผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์แล้วเช่นนี้ บริษัท ขอปฏิเสธการดำเนินการใดๆ ตามคำขอของท่าน และจะทำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในทันที เว้นแต่การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะเป็นกรณีที่บริษัทสามารถดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายอันเป็นข้อยกเว้นในการขอความยินยอมดังกล่าวได้

 

ในกรณีที่ท่านเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุเกินกว่า 10 ปี และเป็นกรณีที่ไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แล้วเช่นนี้ บริษัทขอให้ผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนท่านเป็นผู้ให้ความยินยอมในการเก็บร วบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมทั้งดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว อนึ่ง หากบริษัทพบว่าได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับความยินยอมตามกฎหมายจากผู้ใช้อำนา จปกครองแล้วเช่นนี้ บริษัท ขอปฏิเสธการดำเนินการใดๆ ตามคำขอของท่าน และจะทำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในทันที เว้นแต่การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะเป็นกรณีที่บริษัทสามารถดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมา ยอันเป็นข้อยกเว้นในการขอความยินยอมดังกล่าวได้

 

ในกรณีที่ท่านเป็นผู้เยาว์ที่มีอายุเกินกว่า 10 ปี และเป็นกรณีที่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 เช่นนี้ บริษัทขอให้ท่านเป็นผู้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมทั้งดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว อนึ่ง หากบริษัทพบว่าได้มีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับความยินยอมตามกฎหมายจากท่าน แล้วเช่นนี้ บริษัทขอปฏิเสธการดำเนินการใดๆ ตามคำขอของท่าน และจะลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในทันที เว้นแต่การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะเป็นกรณีที่บริษัทสามารถดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายอันเป็นข้อยกเว้นในการขอความยินยอมดังกล่าวได้

​​

การกำกับดูแลในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล อาจมอบหมายให้บุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง  บริษัท คาเธ่ย์เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งในการนี้ บริษัทจะกำกับดูแลให้ผู้ประมวลผล และผู้ประมวลผลช่วง (ถ้ามี) มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ รวมถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดด้วย

การปรับปรุงนโยบาย

การใช้บริการใด ๆ ของบริษัท ถือเป็นการยอมรับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ บริษัทอาจแก้ไขหรือเพิ่มเติม นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ได้ไม่ว่าในเวลาใดๆ และแจ้งให้ท่านทราบ การที่ท่านใช้บริการแอปพลิเคชัน หรือบริการใดๆ ภายหลังจากที่มีการประกาศแก้ไขหรือ เพิ่มเติมดังกล่าวย่อมถือเป็นการยอมรับการแก้ไขหรือเพิ่มเติมแต่ละครั้ง

การติดต่อ

หากท่านมีคำถาม ข้อร้องเรียน การขอเข้าถึง หรือข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวข้องกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ และ/หรือ ต้องการตรวจสอบว่าข้อมูลส่วนบุคคลใดที่ท่านให้ไว้กับบริษัทอยู่ในความครอบครองของบริษัท ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ตามรายละเอียดต่อไปนี้

บริษัท คาเธ่ย์เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด

491/13 อาคารสีลมพลาซ่า ถนนสีลม  แขวงสีลม  เขตบางรัก  กทม. 10500

หมายเลขติดต่อ : ศูนย์บริการลูกค้า โทร 02 635 0695

อีเมลล์: [email protected]